Sake 101 เรื่องราว ประวัติเกี่ยวกับสาเกญี่ปุ่น

Sake 101 เรื่องราว ประวัติเกี่ยวกับสาเกญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการดื่มที่หยั่งรากลึกมายาวนาน และสาเกก็ถือเป็นเหล้าที่แสดงความเป็นญี่ปุ่นได้ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

สาเกในญี่ปุ่นโดยทั่วไปเรียกว่านิฮนชู มีรสชาติและความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ที่หลากหลายและสามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อน เย็น และในอุณหภูมิห้อง สาเกมีความสำคัญต่อประเทศมาก การบริโภคและการผลิตสาเกจึงมีการเก็บภาษีศุลกากรต่างๆ อย่างเข้มงวด การดื่มด่ำเหล้าสาเกนั้นเป็นเรื่องง่าย ทว่าการเลือกและสั่งอาจเป็นเรื่องชวนปวดหัวสำหรับมือใหม่ วันนี้ Cheerz จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รับทราบ


ชนิดของสาเก

สาเกมีอยู่หลายชนิด จำแนกตามวัตถุดิบ วิธีการผลิต และระดับของการสีข้าว เมล็ดข้าวจะถูกนำไปสีผิวชั้นนอกออกเนื่องจากผิวชั้นนอกไม่เหมาะสำหรับนำไปหมักเป็นสาเก 

ในการผลิตฮอนโจโซ ข้าวจะถูกนำมาสีจนเหลือ 70 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าเมล็ดข้าวจะถูกขัดสีออกไป 30 เปอร์เซ็นต์ กินโจทำจากข้าวที่ขัดสีจนเหลือ 60%หรือน้อยกว่าและหมักช้าๆด้วยอุณหภูมิต่ำ ส่วนกินโจที่ผลิต
จากเมล็ดข้าวที่ขัดสีไปจนเหลือ 50%หรือน้อยกว่าจะเรียกว่าไดกินโจ

จุมไมเป็นประเภทของสาเกที่ผลิตโดยปราศจากแอลกอฮอที่หมัก และใช้เพียงข้าว น้ำ ยีสต์ และไรซ์มอลต์ (โคะจิ, ซึ่งใช้สำหรับการผลิตอาหารโดยโปรยลงบนข้าวนึ่งเพื่อเติมเอมไซม์ที่เป็นความลับ) คำว่าจุนไมนั้นในบางครั้งยังใช้ร่วมกับคำว่ากินโจและไดกินโจสาเก

สัดส่วนการขัดสีข้าวที่ต่ำกว่าหมายถึงการใช้ข้าวจำนวนมากขึ้นและใช้เวลาในการขัดสีข้าวนานขึ้น ทำให้ราคามักสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ราคาที่สูงก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสาเกที่ “ดีกว่า” เสมอไป เช่นเดียวกัน จุนไมก็ไม่สามารถบ่งบอกถึงคุณภาพได้อย่างแน่ชัดเสมอไป เนื่องจากผู้ผลิตที่เชี่ยวชาญมักใส่แอลกอฮอล์กลั่นหรือสารเติมแต่งอื่นๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติหรือความนุ่มนวล

ยังมีสาเกประเภทอื่นๆ อีก ได้แก่ นามะซาเกะ เป็นสาเกที่ไม่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ นิโกริซาเกะ (หรือนิโกริ) เป็นสาเกที่ผ่านการกรองด้วยผ้าหยาบๆจึงทำให้มีสีขุ่นพร้อมเนื้อสัมผัสคล้ายครีม และชิโบริตาเทะ เป็นสาเกที่บรรจุใส่ขวดจากโรงผลิตโดยไม่ผ่านการบ่มใดๆ

คุณควรทราบว่า โดยทั่วไปคำว่า “สาเก” ในภาษาญี่ปุ่นนั้นที่จริงแล้วหมายถึงแอลกอฮอล์ ในขณะที่เหล้าที่ผลิตจากข้าวนั้นจะมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า นิฮนชู เหล้าญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมนั้นยังมีอยู่อีกหลากหลายประเภท ได้แก่ โชจูซึ่งเป็นสุรากลั่น และอุเมะชูหรือเหล้าบ๊วยซึ่งเป็นเหล้าพลัมหวานที่ทำโดยการแช่บ๊วยในแอลกอฮอล์

 

การดื่มสาเกร่วมกับอาหาร

สาเกเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้หลากหลายและสามารถดื่มคู่กับอาหารได้เป็นอย่างดี สาเกนั้นเข้ากันได้ดีอยู่แล้วกับอาหารญี่ปุ่นแบบคลาสสิกอย่าง ซูชิ ซาชิมิ และเทมปุระ แต่ก็หากดื่มกับชีส หอยนางรม หรือผักต่างๆ ก็อาจให้ความอร่อยได้ไม่แพ้กัน สาเกสามารถเพิ่มรสชาติของอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นอย่างสตู ราเม็ง และสเต็กได้เนื่องจากสาเกนั้นมีรสชาติที่ดีกว่าเหล้าหมักแบบอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ปริมาณแอลกอฮอล์ในสาเก

สาเกส่วนใหญ่มีแอลกอฮอล์ประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงกว่าเครื่องดื่มหมักประเภทอื่นๆ อย่างเบียร์หรือไวน์ แต่จะมีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าสุรากลั่นส่วนใหญ่ สาเกเกือบทั้งหมดจะถูกหมักไว้ให้มีแอลกอฮอล์ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์และจะนำมาเจือจางด้วยน้ำก่อนบรรจุขวด

เกนชูจะเป็นสาเกที่ไม่ผ่านการเจือจาง ส่งผลให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ตลอดจนรสชาติที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ตรงกันข้าม สาเกที่มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าก็กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสปาร์คกลิ้งสาเก สปาร์คกลิ้งสาเกนั้นทั้งดื่มได้ง่ายและสนุกสนานโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ ซึ่งชวนให้นึกไปถึงสปาร์คกลิ้งไวน์

 
ชอบแบบไหน สามารถบอกเราได้ เรามีให้เลือกหลากหลาย หรืออยากจะดื่มในร้านก็ได้เสมอ ราคาก็ย่อมเยาสุดๆ 

Back to blog